ผมกับดาว คุยกันอย่างสนิทสนมหลังจากนั้นมาแม้ว่าเราจะเหลือเวลาเพียงไม่กี่อาทิตย์ คอร์สการเรียนพิเศษก็จะปิดตัวลง เพื่อนหลายคนแซวรวมถึงดาวด้วยว่าทำไมเราสองคนมาสนิทอะไรกันตอนช่วงสุดท้ายแบบนี้?
ทุกๆเย็นหลังจากเรียนเสร็จผมจะต้องรีบกลับบ้านเพื่อไปเช็ค "MSN" การรอคอย ดาว ออนไลน์เข้ามาเป็นความสุขอย่างหนึ่งของผม และผมจะทักเข้าไปคุยกับเธอทุกวัน เช็คอารมณ์ความคิดของเธอจาก "Hi5" ให้ตายเถอะ! ผมหลงรักเธอหัวปักหัวปำ!!
แต่เส้นทางนี้คงไม่เรียบง่ายนักเมื่อคุยไปสักพักผมกลับพบว่าเธอมีคนที่ฝังใจอย่างแรงอยู่และมีดีกรีที่ดีกว่าผมมาก ผิดกับผมสุดๆ หน้าตาก็บ้านๆ แถมตอนนี้น้ำหนักยังขึ้นเนื่องจากการกินและอ่านหนังสือสอบ โดยไม่มีเวลาให้กับการซ้อมกีฬาบาสเกตบอลให้โรงเรียนเลย
ผมเป็นคนอ้วน และคิดเสมอว่าตัวเองไม่มีอะไรดี
ตอนนั้นผมมีความเชื่อที่ว่าถ้าหากเราทำตัวให้ดูน่าสนใจ มันจะยิ่งทำให้ผู้หญิงเกิดความประทับใจและชอบเราในที่สุด...
"ดาว ถามจริงๆเธออยากเข้าโรงเรียนนั้นไหม" ผมถามดาว ในวันเรียนพิเศษ
"อยากนะ ถ้าได้ก็ดีอะ เราอยากเข้านะแต่ไม่รู้จะสอบได้ไหม คนเก่งที่เก่งกว่าเรามีเยอะมากอะ" เธอตอบผมอย่างถ่อมตน เธอมักจะบอกกับใครต่อใครเสมอว่าเธอไม่เก่ง ทั้งๆที่จริงแล้วเธอเก่งเป็นอันดับต้นๆ ด้วยซ้ำ
ผมมีความตั้งใจอ่านหนังสือสอบโรงเรียน "ต" มากขึ้น แม้ว่าจะไม่มากแต่เผื่อไว้ว่าถ้าหาก ดาว สอบได้จริงๆ ผมอาจจะมีโอกาสที่จะได้ไปอยู่โรงเรียนเดียวกันกับเธอ และมีเวลาอยู่ใกล้เธอมากกว่านี้
ช่างเป็นความคิดที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน และเด็กซะจริง ๆ ฮ่า ๆ
เมื่อช่วงปิดเทอมมาถึงการหยุดยาวทำให้ผมเริ่มเบื่อกับตัวเอง การตั้งใจอ่านหนังสือน้อยลง และกลับมาติดเกมอีกครั้ง ผมอาจจะเรียกได้ว่าเป็นเกมเมอร์ตัวยง ที่ผ่านการแอบแม่เล่นเกมด้วยการคลุมโปงเล่นเกมบนโน้ตบุคไม่ยอมหลับยอมนอน เรียกได้ว่าตื่นมากินและเล่นเกม วนไปอย่างไม่รู้จบ จนไม่มีเวลาให้กับการอ่านหนังสือเลยด้วยซ้ำ
แม่ของผมเห็นว่าช่วงนี้ผมไม่ค่อยมีจุดหมายปลายทางที่ชัดเจนหลังจากที่ผมพลาดโอกาสในการสอบเข้าเรียนในโครงการพิเศษที่ผมตั้งใจไว้ แถมยังติดเกมอย่างหนักหน่วงไม่เห็นแม้แต่แสงเดือนแสงตะวัน
..ตุ๊บ..
แม่โยนอะไรบางอย่างลงมาที่หน้าอกของผมขณะที่ผมนอนเล่นอยู่บนเปล
"อะไรนะแม่?" ผมถามแม่พร้อมยกกองชีทเล็กๆและกระดาษโบรชัวร์ขึ้น
มันเป็นโบรชัวร์โรงเรียนที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน
"โรงเรียนนายร้อย?" ผมพูดพึมพำกับตัวเองเบาๆ ด้วยความที่ไม่เคยเห็นมัน ผมพลิกตัวขึ้น เปลี่ยนอิริยาบถมานั่งอยู่บนเปล เพราะผมเริ่มสนใจมันแล้วจริง ๆ มัน คุ้น ๆ เหมือนกับว่าเคยเห็นใบโบรชัวร์นี้จากที่ไหนสักแห่ง อาจจะเป็นคาบแนะแนวของโรงเรียนผม แต่ผมไม่ค่อยสนใจและเพื่อนๆก็เหมือนกัน เพราะว่าโรงเรียนของผมส่วนใหญ่ ไม่จบวิศวะ ก็หมอ สายศิลป์ก็มักจะไปเรียนนิเทศน์หรือการตลาด น้อยมากที่จะไปสาขาอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยู่ห้องคิง มีแต่พวกเด็กเนิร์ดตั้งเป้าเรียนกันแต่หมอ ยิ่งทำให้ผมไม่เคยคิดจะสนใจเป็นทหารตำรวจเลย
...เพราะมันไม่เคยอยู่ในความคิดของผม...
"แม่ไปซื้อใบโบรชัวร์กับชีทข้อสอบเก่ามาให้ ลองอ่านและลองไปทำเล่นดู ดีกว่าอยู่ว่างๆนะลูก" แม่ของผมนั้นทำอะไรแล้วไม่เคยไม่มีจุดหมาย การที่แกลงทุนไปหามาให้ขนาดนี้แสดงว่าต้องมีนัยยะแฝง
"แล้วถ้าสนใจก็กรอกใบสมัครด้วยนะแม่เตรียมไว้ให้แล้ว"
...
เดียวนะ... มันเหมือนกับมัดมือชกเลยแหะ
ผมนั่งทำความเข้าใจกับโรงเรียนทั้ง 4 เหล่าทัพ และพบว่าการเรียนที่นี่ ฟรี! มีเงินใช้! เหมือนนักเรียนทุนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากเรียนดีอาจจะได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ! โอ้วโหวววว โรงเรียนบ้าอะไรวะเนี่ย!? มันจะดีเกินไปแล้ว!!! และที่สำคัญมันมีสายทหารนั้นมีการเรียนหลักสูตรวิศวกรรม ตามแต่ละเหล่านั่นยิ่งทำให้ผมตาลุกวาว
ผมโยนโบรชัวร์เหล่าตำรวจทิ้งไป เพราะอ่านแล้วมันไม่ใช่ตัวตนผม การเรียนรัฐศาสตร์ หรือพวกวิชาสังคมนี่เป็นอะไรที่ผมไม่ชอบเลยด้วยซ้ำ
เหลืออีก 3 เหล่าที่ผมสนใจ ผมนั่งคิดนอนคิดอยู่ว่าจะเลือกเป็นอะไรดี ทั้งๆที่ยังไม่สอบเลยด้วยซ้ำ การจุดประกายของแม่มีผลต่อผมในขณะนั้นมากจริง ๆ
หลังจากอ่านโบรชัวร์พร้อมเปิดเว็ปไซต์หาข้อมูลต่าง ๆ ทำให้ผมคิดว่าผมชอบทหารเรือที่สุด เพราะชุดเครื่องแบบมันเท่จริง ๆ ให้ตายเถอะ! แถมหลักสูตรยังบอกอีกว่าได้เดินเรือในขณะเรียนไปยังประเทศต่าง ๆ และเมื่อขึ้นฝั่งในแต่ละครั้งจะมีเงินเหมือน PocketMoney ให้คราวละหลายบาท เรียกได้ว่าภาษีดูดีที่สุดในสี่เหล่านี้แล้ว
หลังจากที่นั่งหาข้อมูลอยู่หลายวัน ผมตัดสินใจบอกแม่ ให้พาผมไปสมัครสอบ ผมสามารถสมัครสอบได้เพียง 2 เหล่าเท่านั้น เนื่องจากว่าในปีนั้นการสอบของโรงเรียน "ต" ชนกันกับการสอบของเหล่าทหารบกพอดี และผมไม่สนใจที่จะเป็นตำรวจอยู่แล้วเลยไม่สมัครให้เปลืองเงินเล่น (งก)
เมื่อใกล้ถึงเวลาการสอบอีก 15 วัน ถึงแม้แม่จะจุดประกายผมได้ แต่อาการติดเกมของผมนั้นมันช่างหายยากเสียเหลือเกินแกเลยโทรไปหาเพื่อนของแกที่ทำค่ายติวเข้าโรงเรียนนายร้อย ว่าผมมีความสนใจที่อยากจะเข้า
"เออเนี่ย ลูกชายฉันมันสนใจอยากสอบเข้านายร้อยเธอแนะนำอะไรได้บ้างละ" แม่พูดโทรศัพท์เสียงดังกว่าปกติ
"อ่อ หรอ มาติวได้หรอ แต่มันเหลือเวลาอีกไม่กี่วันนะ... อ่อ.. อ่อ.. โอเคร เดียวถามลูกก่อน" แม่ลดโทรศัพท์ลงและหันมาหาผม ผมสันหลังวาบเล็กน้อยเพราะรู้อยู่แกใจว่ามาแนวนี้เท่ากับว่าผมมีสิทธิ์ขัดขืนได้แต่ทางที่ดีอย่าทำถ้าหากไม่อยากให้ครอบครัวร้าวฉานกันไปมากกว่านี้
"กล้า จะไปติวไหมลูก" แม่ผมถาม
"ที่ไหนละแม่?" ผมถามแม่กลับเพราะผมไม่รู้รายละเอียดการติวเลยด้วยซ้ำ
"นครนายก แต่เป็นโรงเรียนแบบกินนอนนะลูก ถ้าลูกตัดสินใจไปก็เก็บเสื้อผ้าไปในวันพรุ่งนี้เลย"
อ่า... เป็นแผนของแม่จริง ๆ ด้วยที่จะทำให้ผมห่างจากเกมคอมพิวเตอร์
"ขอตัดสินใจ แปป"
การไปติวของผมมันไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอก แต่ปัญหาใหญ่จริง ๆ ก็คือผมจะไม่ได้คุย MSN กับดาวได้อีกเลย ในช่วง 15 วันนี้ ซึ่งนั่นคงเป็นสิ่งที่ทำให้ผมทรมานมากกว่าการขาดเกมเสียอีก
-----------------------------------------------------
<<<KengKla Za555+>>> says
ดาว
แม่บอกให้เราไปติวสอบที่นครนายกอะ
เป็นโรงเรียนแบบกินนอน เราไม่อยากไปเลย...
ดาว
แม่บอกให้เราไปติวสอบที่นครนายกอะ
เป็นโรงเรียนแบบกินนอน เราไม่อยากไปเลย...
☆·.¸¸.·´¯`·.¸¸.¤ ~♡のⓛⓞⓥⓔ♡~✷Little Star✷~~♡ saysไปซิกล้า อย่าไปขัดใจแม่เลย
เดียวอดได้ค่าขนมนะ (*^﹏^*)
เดียวอดได้ค่าขนมนะ (*^﹏^*)
<<<KengKla Za555+>>> saysนั่นไม่ใช่ประเด็นหรอก
ถ้าเราไป...
ถ้าเราไป...
☆·.¸¸.·´¯`·.¸¸.¤ ~♡のⓛⓞⓥⓔ♡~✷Little Star✷~~♡ says
?
?
<<<KengKla Za555+>>> saysเราก็ไม่ได้คุยกับเธอนะซิ...
☆·.¸¸.·´¯`·.¸¸.¤ ~♡のⓛⓞⓥⓔ♡~✷Little Star✷~~♡ says...
โทรศัพท์ก็มีนิ '.'?
โทรศัพท์ก็มีนิ '.'?
<<<KengKla Za555+>>> saysโทรศัพท์นะมี..แต่ยังไม่มีเบอร์เธอเลย
ดาว...
กล้าขอเบอร์ดาวหน่อยได้ไหมครับ?
ดาว...
กล้าขอเบอร์ดาวหน่อยได้ไหมครับ?
☆·.¸¸.·´¯`·.¸¸.¤ ~♡のⓛⓞⓥⓔ♡~✷Little Star✷~~♡ saysก็แค่นั้นแหละ =^_^=
08.......
08.......
--------------------------------------------------------
"แม่! กล้าไปครับ!!"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น