"น้าครับ วันที่ ไปสอบของโรงเรียนนายร้อย จปร. ผมไปสอบโรงเรียนอื่นแทนได้ไหม?"
"กล้าอยากไปสอบโรงเรียนอื่นหรอลูก?"
...
ผมปรึกษากับน้าเรื่องการมาไปสอบโรงเรียนอื่นที่ผมสมัครสอบไว้แล้ว ผมคุยแล้วได้ใจความกลับมาว่า เป็นเรื่องที่ลำบากมากในการไปกลับ เพราะการไป-กลับภายในวันเดียวแล้ววันต่อไปต้องไปสอบอีก และประเด็นเลยคือ ไม่มีรถไป ถ้าผมจะไปผมต้องให้แม่ผมมารับไปเอง ซึ่งการที่ต้องให้แม่ต้องมาลำบากเพราะผม ผมจะไม่ทำเด็ดขาด
สรุปก็คือ ผมจะไม่ได้ไปสอบ และหมดโอกาสไปอยู่ ร.ร.เดียวกันกับดาวถ้าหากว่าดาวสอบติด
"ดาว เราไม่ได้ไปสอบที่โรงเรียนนั้นแล้วอะ" ผมโทรหาดาวระบายให้เธอฟัง
"ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนิ โรงเรียนนายร้อยก็ดีไม่ใช่หรอ?"
"ก็ดี... แต่ถ้าดาวสอบติด เราก็จะไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกันนะซิ ฮ่าๆ" ผมแอบหัวเราะกลบเกลื่อน
"แหม... ใครจะไปรู้ ดาวอาจจะสอบไม่ติดก็ได้อย่าไปคิดมากเลย ถ้ามันเป็นความฝันของกล้า หรือว่าเป็นความต้องการของกล้าก็ทำไปเถอะ" ดาวบอกผมแบบนั้นด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ
ผมกลับมานั่งทบทวนตัวเองอีกครั้งว่าตกลงจริงๆแล้วเรามาสอบนายร้อยเพื่ออะไร? จริงๆแล้วเรามาเพื่ออนาคตไม่ใช่หรอที่เราต้องการ? เพื่อให้ครอบครัวสบายไม่ต้องเสียเงินหลายบาทในช่วงมหาลัยไม่ใช่หรอ?
ผมเหลือเวลาก่อนสอบอีก 10 วัน วันที่เหลือผมต้องเต็มที่ให้มากกว่านี้!
ในช่วงพักเบรค 10 นาทีผมเดินลงมาจากห้องเรียนเพื่อที่จะแวะมาพักดื่มน้ำ เดินไปซื้อขนมจากร้านข้างๆ เมื่อกลับมาผมก็พบกับบุคคลที่ผมไม่รู้จัก 2 คน กำลังคุยกับน้าของผมอยู่ คนหนึ่งน่าจะอายุไล่เลี่ยกับผมไม่กี่ปี ส่วนอีกคนน่าจะอายุ 20 ต้นๆ ทั้งสองคนมีรูปร่างที่คล้ายๆกันคือ ตัวเล็กแต่ร่างกายกลับมีรูปร่างค่อนข้างที่จะกำยำ ผิวสีคล้ำเหมือนโดนแดดเผาเสียจนเป็นมันเลื่อม สิ่งที่ผมสัมผัสได้จากพี่ทั้ง 2 คนนี้คือ บรรยากาศของความไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย
ผมสวัสดีพี่ทั้งสองคน คนหนึ่งยิ้มให้ผม ส่วนอีกคนมองผมด้วยหางตา
"นี่พี่จอห์น กับพี่โจ้ เขาเป็นลูกศิษย์น้าเองกล้า พี่เขาเรียนอยู่ ร.ร.นายร้อย" น้าผมแนะนำรุ่นพี่ให้ผมรู้จัก พี่จอห์นคือคนที่ส่งยิ้มให้ผม ส่วนพี่โจ้คือคนที่แก่กว่และไม่มีท่าทีของความเป็นมิตรเอาเสียเลย
ผมยิ้มให้พี่เขาแต่มันก็ไม่ได้เพิ่มความเป็นมิตรขึ้นมาเสียเลย...
"อาจารย์ครับช่วงว่างก่อนเรียนผมขอเวลาพบน้องๆหน่อยได้ไหมครับ" พี่โจ้คนที่อายุแก่กว่าถามน้าของผม
"ได้ซิ แต่เดียวขออาจารย์ประจำวิชาก่อนนะ"
"ครับ" พี่โจ้ตอบและยิ้มอย่างมีเลศนัย บอกตรงๆผมเริ่มรู้สึกตะหงิดๆอะไรขึ้นมาบางอย่าง
ผมเคยฟังมาจากแม่และอ่านข่าวมาจากหนังสือพิมพ์บ้างที่ทหาร-ตำรวจชอบออกคำสั่งแกล้งรุ่นน้องกันแบบพิเรนท์ๆ หรือที่เขามักเรียกกันว่า "รับน้องใหม่"
ผมกลับมาที่ห้องนั่งรอการเรียนการสอนนานเสียจนมันผิดปกติ จนเพื่อนๆเริ่มสงสัยกันว่าอ.ไม่เข้ารึยังไง
เมื่อเห็นว่านานผมจึงบอกเพื่อนๆว่า
"เมื่อตะกี้เดินลงไปมีพี่นักเรียนนายร้อยมาหาเดียวจะมาพบกับพวก..."
"ตึง!"
ผมยังพูดไม่ทันจบ ประตูก็ถูกเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับพี่โจ้และพี่จอห์นเดินเข้ามาในห้อง บรรยากาศความน่ากลัวได้แผ่เข้ามาในห้อง ผมเคยสงสัยว่าทำไมพวกหนังมาเฟียเวลาที่เจ้าพ่อเดินเข้ามาแล้วลูกน้องต้องเกิดอาการตกใจลนลาน วันนี้ผมเริ่มได้รับรู้แล้ว
พี่โจ้เดินเข้ามาหน้าไวท์บอร์ดที่ไม่ได้ห่างไปจากโต๊ะนักเรียนแถวยาวซักเท่าไหร่ แกเอามือกอดอกเพื่อแสดงความเหนือกว่าแบบที่ครูฝ่ายปกครองโหดๆชอบใช้
"ใครรู้จักผมบ้าง?" พี่โจ้ถาม
ผมยกมือจะตอบ แต่ถูกพี่โจ้ห้ามไว้
"ไม่เอาเอง... คนอื่นยกมือตอบ"
บรรยากาศเริ่มตึงเครียด เพื่อนๆผมเริ่มกลัว ก็ใครมันจะไปรู้จักกันละวะ? คนไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน
"ไม่มีใครรู้จักผมใช่ไหม? ได้... ทุกคนมุดโต๊ะ! ลงไปใต้โต๊ะให้หมด!" พี่โจ้แกออกคำสั่งด้วยเสียงอันดัง
พวกผมรีบมุดลงไปอยู่ใต้โต๊ะ จริงอยู่บางคนก็ไม่กลัว แต่ก็ต้องทำตามคำสั่งของแกด้วยอะไรบางอย่าง อาจจะเป็นเพราะหน้าตาแกดูน่ากลัวเป็นทุนเดิม บวกกับไม่อยากไปมีปัญหาอะไรกับพี่นักเรียนนายร้อยมากนัก เพื่อนผมคนหนึ่งยิ้มและเห็นเป็นเรื่องตลก จริงๆผมก็คิดเหมือนกันนั่นแหละแต่ผมไม่ค่อยเป็นคนแสดงออกซักเท่าไหร่
"ไอ้ที่ยิ้มนะ ลุกขึ้นมา!"
เพื่อนผมสะดุ้ง พร้อมกับค่อยๆลุกขึ้นออกมาจากใต้โต๊ะเล็กๆ
"ขำใช่ไหม? ตลกใช่ไหม? ผมเป็นเพื่อนเล่นคุณหรอ? ออกไปนอกห้อง!" พี่โจ้ตวาดเสียงดัง
"จอห์น พี่ฝากดูไอ้เด็กคนนี้ด้วย"
พี่โจ้บอกพี่จอห์น พี่จอห์นขานรับอย่างกระตือรือล้น พร้อมกับเอาตัวเพื่อนผมออกไปจากห้อง
พวกเพื่อนๆผมคอตก ไม่คิดว่าเรื่องเล่นๆจะจริงจังถึงขนาดนี้ สถานการณ์เริ่มตึงเครียดเข้าไปอีก ไม่มีรอยยิ้มใดๆปรากฎอยู่บนหน้าของเพื่อนคนไหน ใจก็กลัวจะโดนเหมือนเพื่อนที่ออกไปนอกห้อง เพราะมันไม่น่าจะใช่เรื่องที่ดีแน่
"ฟังให้ดีนะ... พวกคุณไม่รู้จักผม แต่อย่างน้อยก็น่าจะรู้ว่าผมคือนักเรียนนายร้อยรุ่นพี่ของพวกคุณ แต่พวกคุณไม่ให้เกียรติผมเลย อย่าว่าแต่ว่าผมเป็นนักเรียนนายร้อยเลย ไม่ว่าใครก็ตามที่แก่กว่าพวกคุณ พวกคุณก็สมควรที่จะนอบน้อมยกมือไหว้สวัสดีทักทายกันบ้าง! แต่นี่มีอะไร? มองผมเสร็จแล้วก็เดินผ่านกันไปมาไม่มีมารยาทเอาเสียเลย!..." พี่โจ้พูดด้วยความโมโหของแก
"ทั้งหมดลุก!" พี่โจ้ออกคำสั่งอีกครั้ง
พวกเราค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ สำนึกผิดและกลัวพี่โจ้ไปพร้อมๆกัน
"ทั้งหมดนั่ง... จอห์นเอาตัวน้องเข้ามาได้" พี่โจ้ตะโกนบอกพี่จอห์นที่อยู่นอกห้อง
เพื่อนคนนั้นเข้ามาพร้อมกับพี่จอห์น สีหน้าดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าโดนอะไรเข้าไปบ้าง
พี่โจ้หยิบปากกาไวท์บอร์ด เขียนชื่อจริงคงแกลงบนกระดาน ทุกสายตาในห้องจับจ้องอยู่ที่ปลายปากกา
"ผมชื่อ..."
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น