วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2559

ผมมีเรื่องจะมาเล่าให้คุณฟัง...

ตอนเด็กๆคุณเคยมีความฝันไหมครับ?
ฝันที่อยากจะเป็นหมอ วิศวะ นักบิน นักร้อง ดารา ทหาร ตำรวจ ...
เคยมีความฝันกันหมดใช่ไหมละครับ?
...ผมเองก็เช่นกัน...
..จนวันหนึ่ง..
..เธอคนนั้น..
..ทำให้ทุกอย่างของผม..
...เปลี่ยนไป...
ก๊อก แกร๊ก ก๊อก แกร๊ก แกร๊ก
ผมนั่งบิดลูกบิดรูบิค อยู่ในห้องเรียนพิเศษแห่งหนึ่ง บอกตรงๆผมไม่ชอบการมาเรียนพิเศษเลยด้วยซ้ำ แต่ที่ผมมาเพราะว่าเพื่อนในกลุ่มพากันมาเรียน เป็นคอร์สสำหรับการสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดัง 2 โรงเรียน ที่มีชื่อขึ้นต้นว่า "ต" กับ "ม"
ปกติแล้วผมจะไม่เรียนพิเศษ เพราะผมคิดว่าถ้าเราเรียนในห้องแล้วเข้าใจ ประกอบกับอ่านหนังสือเพิ่มก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว การเรียนพิเศษมันก็เป็นเพียงแค่การบังคับตัวเองให้ไปอ่านหนังสือ และไปเรียน "บางอย่าง" ที่เราไม่รู้ก็แค่นั้นแหละ
ผมถึงเบื่อกับการมาเรียนพิเศษ
แต่มันมีบางอย่างที่ทำให้ผมชอบที่จะมาที่นี่
เคร้ง !
รูบิคของผมแตกกระจายกลางห้องเรียนพิเศษ โชคดีที่มันเป็นคาบพัก จึงไม่มีอาจารย์มาด่าผม ว่าเป็นบุคคลไร้มารยาท
ผมก้มเก็บลูกรูบิคที่แตกออกเป็นชิ้นๆ จู่ๆก็มีมือเล็กๆ มือหนึ่งยื่นเจ้าชิ้นรูบิคที่แตกออกมาให้ผม
"อะ เราช่วย"
เสียงเล็กๆของเธอทำให้ หัวใจของผมเต้นดังขึ้นมา เธอนี่แหละคือเหตุผลที่ผมมีความสุขกับการมาเรียนพิเศษ แต่ก็น้อยครั้งมากที่เราจะได้คุยกัน เพราะผมค่อนข้างที่จะขี้อายเนื่องจากว่าตลอดเวลากว่า 9 ปี ที่ผ่านมาผมเรียนโรงเรียนชายล้วนมาตลอด ทำให้ผมค่อนข้างจะมีปัญหาในการเข้าสังคมกับเพศตรงข้าม
..การทำรูบิคระเบิดบ่อยๆนี่แหละ ก็เป็นการเปิดช่องว่างให้ผมได้คุยกับเธอเหมือนกัน..
ผมไม่ได้จริงจังมากกับการสอบเข้าโรงเรียนอื่นเท่าไหร่เพราะผมคิดว่าโรงเรียนเอกชนที่ผมอยู่ มันก็ดีอยู่แล้ว มีเพื่อนดี สังคมดี และครูที่ดี ทำให้ผมถึงไม่อยากไปไหน แต่การสอบครั้งนี้เป็นการสอบเพื่อวัดตัวของผมเองว่าผมอยู่ที่เท่าไหร่ในโลกกว้างใบนี้
เมื่อการเปิดสอบมาโรงเรียน "ม" มาถึง ผมลงสมัครและตั้งใจอ่านหนังสือมากกว่าปกติ แต่ในตอนนั้นมีโครงการพิเศษที่แยกออกมาอีกทีซึ่งการสอบนี้จะมีรอบสองด้วยถ้าหากผ่านเข้ารอบแรก
และผมสอบติดรอบแรก
ผมดีใจมากที่มีรายชื่อในการสอบรอบสองในโครงการพิเศษนี้ เพราะอาชีพที่ผมใฝ่ฝันคือ วิศวกรรม ถ้าผมสอบเข้าโครงการนี้ได้ผมจะมีโอกาสในสายอาชีพนี้ก่อนเด็กในวัยเดียวกันเป็นอย่างมาก นั่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมต้องการสอบเข้าในที่แห่งนี้มาก
แต่เนื่องจากเป็นปีแรกที่เปิดโครงการพิเศษทำให้ไม่มีใครรู้ว่าการสอบรองที่สอง นั้นทำอะไรบ้าง รวมถึงตัวผมเอง เมื่อถึงวันสอบการสอบรองที่สองนั้นเป็นการปฎิบัติการทางด้านวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ผมไม่เคยทำแลปในห้องทดลองมาก่อน นั่นทำให้ผมพลาดและเจ็บใจอย่างที่สุด ในการนั่งว่างเฉยๆทั้งชั่วโมง โดยไม่ทำอะไร
"แม่ครับ วันนี้ผมทำสอบปฏิบัติไม่ได้เลย" ผมระบายความผิดหวังกับแม่
"ไม่เป็นไรหรอกลูก บางทีที่นี่มันอาจจะไม่เหมาะกับลูกก็ได้" แม่ผมปลอบ
เมื่อถึงวันที่ต้องไปเรียนพิเศษผมเล่าและระบายความในใจให้เพื่อนๆของผมฟัง
 "ไม่เป็นไรหรอกนะ เธอเก่งแค่ไหนแล้วที่สอบติดรอบแรกนะ" เสียงของเธอคนนั้นลอยดังขึ้นมาปลอบผม เธอที่เผอิญได้ยินเนื่องจากว่าโต๊ะเธอถัดจากผมไปไม่เท่าไหร่นัก
วันนั้นเป็นวันที่ผมยิ้มไม่หุบทั้งวัน และลืมเรื่องเศร้า ๆ ไปเลย
ผมกลับมาเป็นคนที่เฉื่อยชาอีกครั้ง แม้ว่าจะยังคงไม่ได้สอบโรงเรียน "ต" แต่โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ถึงแม้ว่าจะสอบติดผมก็คงไม่เข้าไป เพราะผมมองว่าการเรียนไม่ใช่การแข่งขัน และผมไม่อยากเสียสุขภาพจิตไปกับการเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการได้เกรดยากๆ แถมในสมัยผมเกรดมัธยมปลายมีผลกับการเรียนต่อมหาวิทยาลัย ผมจึงขอบาย
แต่การเรียนพิเศษนั้นจะจบคอร์สในต้นเดือนมกราคม  และผมยังไม่รู้จักชื่อเธอเลย...
ก่อนจบคอร์สเนื่องจากคอร์สของผมเป็นคอร์สที่ค่อนข้างยาวทำให้เพื่อนๆหลายคนจึงทำเฟรนชิปเพื่อระลึกถึงกัน... ใช่แล้วหละ ผมทำเฟรนชิปโดยมีจุดประสงค์คือให้เธอเขียนชื่อและทิ้งเบอร์โทรศัพท์และอีเมล์ไว้ติดต่อกันนั่นแหละ ฮ่าๆ
ผมรวบรวมความกล้าเดินตรงเข้าไปหาเธอ แน่นอนว่าผมให้เพื่อนคนอื่นๆ เขียนไว้บ้างแล้ว
"ขอโทษนะครับ เธอช่วยเขียนเฟรนชิปให้หน่อยได้ไหม ไม่ทราบว่าเธอชื่อ..."
"ดาว คะ แล้วเธอชื่อ..."
"ผม ชื่อ กล้า ครับ"
:)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น