ตอนเด็กๆคุณเคยมีความฝันไหมครับ?
ฝันที่อยากจะเป็นหมอ วิศวะ นักบิน นักร้อง ดารา ทหาร ตำรวจ ...
เคยมีความฝันกันหมดใช่ไหมละครับ?
...ผมเองก็เช่นกัน...
ฝันที่อยากจะเป็นหมอ วิศวะ นักบิน นักร้อง ดารา ทหาร ตำรวจ ...
เคยมีความฝันกันหมดใช่ไหมละครับ?
...ผมเองก็เช่นกัน...
..จนวันหนึ่ง..
..เธอคนนั้น..
..ทำให้ทุกอย่างของผม..
...เปลี่ยนไป...
..เธอคนนั้น..
..ทำให้ทุกอย่างของผม..
...เปลี่ยนไป...
ก๊อก แกร๊ก ก๊อก แกร๊ก แกร๊ก
ผมนั่งบิดลูกบิดรูบิค อยู่ในห้องเรียนพิเศษแห่งหนึ่ง บอกตรงๆผมไม่ชอบการมาเรียนพิเศษเลยด้วยซ้ำ แต่ที่ผมมาเพราะว่าเพื่อนในกลุ่มพากันมาเรียน เป็นคอร์สสำหรับการสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดัง 2 โรงเรียน ที่มีชื่อขึ้นต้นว่า "ต" กับ "ม"
ปกติแล้วผมจะไม่เรียนพิเศษ เพราะผมคิดว่าถ้าเราเรียนในห้องแล้วเข้าใจ ประกอบกับอ่านหนังสือเพิ่มก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว การเรียนพิเศษมันก็เป็นเพียงแค่การบังคับตัวเองให้ไปอ่านหนังสือ และไปเรียน "บางอย่าง" ที่เราไม่รู้ก็แค่นั้นแหละ
ผมถึงเบื่อกับการมาเรียนพิเศษ
แต่มันมีบางอย่างที่ทำให้ผมชอบที่จะมาที่นี่
เคร้ง !
รูบิคของผมแตกกระจายกลางห้องเรียนพิเศษ โชคดีที่มันเป็นคาบพัก จึงไม่มีอาจารย์มาด่าผม ว่าเป็นบุคคลไร้มารยาท
ผมก้มเก็บลูกรูบิคที่แตกออกเป็นชิ้นๆ จู่ๆก็มีมือเล็กๆ มือหนึ่งยื่นเจ้าชิ้นรูบิคที่แตกออกมาให้ผม
"อะ เราช่วย"
เสียงเล็กๆของเธอทำให้ หัวใจของผมเต้นดังขึ้นมา เธอนี่แหละคือเหตุผลที่ผมมีความสุขกับการมาเรียนพิเศษ แต่ก็น้อยครั้งมากที่เราจะได้คุยกัน เพราะผมค่อนข้างที่จะขี้อายเนื่องจากว่าตลอดเวลากว่า 9 ปี ที่ผ่านมาผมเรียนโรงเรียนชายล้วนมาตลอด ทำให้ผมค่อนข้างจะมีปัญหาในการเข้าสังคมกับเพศตรงข้าม
..การทำรูบิคระเบิดบ่อยๆนี่แหละ ก็เป็นการเปิดช่องว่างให้ผมได้คุยกับเธอเหมือนกัน..
ผมไม่ได้จริงจังมากกับการสอบเข้าโรงเรียนอื่นเท่าไหร่เพราะผมคิดว่าโรงเรียนเอกชนที่ผมอยู่ มันก็ดีอยู่แล้ว มีเพื่อนดี สังคมดี และครูที่ดี ทำให้ผมถึงไม่อยากไปไหน แต่การสอบครั้งนี้เป็นการสอบเพื่อวัดตัวของผมเองว่าผมอยู่ที่เท่าไหร่ในโลกกว้างใบนี้
เมื่อการเปิดสอบมาโรงเรียน "ม" มาถึง ผมลงสมัครและตั้งใจอ่านหนังสือมากกว่าปกติ แต่ในตอนนั้นมีโครงการพิเศษที่แยกออกมาอีกทีซึ่งการสอบนี้จะมีรอบสองด้วยถ้าหากผ่านเข้ารอบแรก
และผมสอบติดรอบแรก
ผมดีใจมากที่มีรายชื่อในการสอบรอบสองในโครงการพิเศษนี้ เพราะอาชีพที่ผมใฝ่ฝันคือ วิศวกรรม ถ้าผมสอบเข้าโครงการนี้ได้ผมจะมีโอกาสในสายอาชีพนี้ก่อนเด็กในวัยเดียวกันเป็นอย่างมาก นั่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมต้องการสอบเข้าในที่แห่งนี้มาก
แต่เนื่องจากเป็นปีแรกที่เปิดโครงการพิเศษทำให้ไม่มีใครรู้ว่าการสอบรองที่สอง นั้นทำอะไรบ้าง รวมถึงตัวผมเอง เมื่อถึงวันสอบการสอบรองที่สองนั้นเป็นการปฎิบัติการทางด้านวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ผมไม่เคยทำแลปในห้องทดลองมาก่อน นั่นทำให้ผมพลาดและเจ็บใจอย่างที่สุด ในการนั่งว่างเฉยๆทั้งชั่วโมง โดยไม่ทำอะไร
"แม่ครับ วันนี้ผมทำสอบปฏิบัติไม่ได้เลย" ผมระบายความผิดหวังกับแม่
"ไม่เป็นไรหรอกลูก บางทีที่นี่มันอาจจะไม่เหมาะกับลูกก็ได้" แม่ผมปลอบ
เมื่อถึงวันที่ต้องไปเรียนพิเศษผมเล่าและระบายความในใจให้เพื่อนๆของผมฟัง
"ไม่เป็นไรหรอกนะ เธอเก่งแค่ไหนแล้วที่สอบติดรอบแรกนะ" เสียงของเธอคนนั้นลอยดังขึ้นมาปลอบผม เธอที่เผอิญได้ยินเนื่องจากว่าโต๊ะเธอถัดจากผมไปไม่เท่าไหร่นัก
วันนั้นเป็นวันที่ผมยิ้มไม่หุบทั้งวัน และลืมเรื่องเศร้า ๆ ไปเลย
ผมกลับมาเป็นคนที่เฉื่อยชาอีกครั้ง แม้ว่าจะยังคงไม่ได้สอบโรงเรียน "ต" แต่โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ถึงแม้ว่าจะสอบติดผมก็คงไม่เข้าไป เพราะผมมองว่าการเรียนไม่ใช่การแข่งขัน และผมไม่อยากเสียสุขภาพจิตไปกับการเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการได้เกรดยากๆ แถมในสมัยผมเกรดมัธยมปลายมีผลกับการเรียนต่อมหาวิทยาลัย ผมจึงขอบาย
แต่การเรียนพิเศษนั้นจะจบคอร์สในต้นเดือนมกราคม และผมยังไม่รู้จักชื่อเธอเลย...
ก่อนจบคอร์สเนื่องจากคอร์สของผมเป็นคอร์สที่ค่อนข้างยาวทำให้เพื่อนๆหลายคนจึงทำเฟรนชิปเพื่อระลึกถึงกัน... ใช่แล้วหละ ผมทำเฟรนชิปโดยมีจุดประสงค์คือให้เธอเขียนชื่อและทิ้งเบอร์โทรศัพท์และอีเมล์ไว้ติดต่อกันนั่นแหละ ฮ่าๆ
ผมรวบรวมความกล้าเดินตรงเข้าไปหาเธอ แน่นอนว่าผมให้เพื่อนคนอื่นๆ เขียนไว้บ้างแล้ว
"ขอโทษนะครับ เธอช่วยเขียนเฟรนชิปให้หน่อยได้ไหม ไม่ทราบว่าเธอชื่อ..."
"ดาว คะ แล้วเธอชื่อ..."
"ผม ชื่อ กล้า ครับ"
:)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น