วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2559

ตอนที่ 9 : มังกรผยอง

คืนก่อนสอบทุกคนดูตื่นเต้นมาก ส่วนผมชิลๆ เพราะไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้ว และด้วยความเป็นที่ 1 ของค่าย ผมก็คิดว่าถ้าความรู้ผมอยู่ในเกณฑ์ระดับนี้ อย่างน้อยก็น่าจะติด 1 ใน 500 คน ในรอบแรก

ผมยังโทรหาดาว และขอกำลังใจจากเธอ คุยเล่นกันเป็นชั่วโมง ๆ โดยไม่สนว่าเพื่อนคนอื่นจะอ่านหนังสืออย่างหนักหน่วงมากแค่ไหน

ผมง่วงและผมก็นอน ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านั้น เพราะตั้งแต่เด็กผมคิดอยู่เสมอว่าการอ่านหนังสือสอบแข่ง ก่อนวันสอบเพียงวันเดียว มันไม่ได้อะไร ไปมากกว่า ความปวดหัวของเช้าอีกวัน...

พวกผมตื่นตั้งแต่ ตี 4 อาบน้ำแปรงฟันและขึ้นรถ เพื่อที่จะไปสนามสอบในกรุงเทพ ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้หวังอะไรมาก แต่ด้วยปณิธานเดิมที่อยากรู้ว่าผมเป็นที่เท่าไหร่ในโลกกว้างใหญ่ใบนี้ นั่นทำให้เลือดในกายผมยังคงสูบฉีดแรง

ผมนอนหลับบนรถ เพราะจากนครนายก - กรุงเทพฯ ค่อนข้างที่จะใช้เวลาพอสมควร

พวกผมถึงสนามสอบ เป็นเวลา 8 โมง นิด ๆ แต่เวลาสอบจริง คือตอนบ่าย

เมื่อรถหยุด ในขณะที่ผมกำลังก้าวเท้าลงจากรถ ความรู้สึกของผมในตอนนี้เหมือนผู้พันมัวร์ กำลังก้าวลงจากเฮลิคอปเตอร์เพื่อลงไปยังสมรภูมิรบ เหมือนพระเอกสปาตาคัส ที่กำลังรออยู่ในลานฝึก เหมือนโงกุน ที่ไปศึกชิงเจ้ายุทธภาพครั้งแรก
เพราะภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือนักเรียนชายจาก โรงเรียนต่าง ๆ เดินกันให้ว่อน โดยเฉพาะค่ายติวใหญ่ๆ ที่มักจะมีเสื้อค่ายเอามาใส่ข่มคนอื่น และมักจะรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่เดินกันเป็นพรวนดูน่าเกรงขาม

หัวใจของผมเต้นแรงกว่าเดิม เมื่อได้เจอหน้าคู่แข่งที่มาจากทั่วประเทศ!

สนามสอบนายร้อย มันคือสนามวัดระดับมันสมองเด็กนักเรียนชายเลือดร้อน อย่างแท้จริง!

สิ่งหนึ่งที่ต้องตระหนักก็คือ แม้แต่เพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน แต่เมื่ออยู่บนสนามสอบ ต่างก็ต้องเป็นคู่แข่งกัน แต่ถึงอย่างนั้นที่ผ่านมาผมก็ไม่เคยกั๊กเพื่อน ถามอะไรตอบหมด เพราะสิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อก็คือ สุดท้ายแล้วพระเจ้าก็ไม่ได้ประทานพรสวรรค์ให้กับทุกคน บางคนสอนสิบครั้งถึงเข้าใจ แต่บางคนสอนครั้งเดียวก็เข้าใจแล้ว

แต่ใช่ว่าพระเจ้าจะลำเอียงที่ส่งพรสวรรค์ของคนเรามาไม่เท่ากัน แต่ท่านยังมอบสิ่งหนึ่งให้กับผู้ที่ไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต

สิ่งนั้นก็คือ "ความพยายาม"

และอย่าถามหาสิ่งนั้นจากผม... เพราะมันไม่มี! (ฮ่าๆๆๆ)

สิ่งหนึ่งที่ผมได้พบหลังจากที่เดินเล่นโดยรอบสถานที่สอบสักพัก เนื่องจากกว่าจะสอบก็บ่าย

ผมมักจะเห็นพวกที่มี "ความพยายาม" อย่างแท้จริง เป็นประมาณ 10-20 % พวกนี้จะนั่ง อ่านหนังสือเงียบๆ ในขณะที่ อีก 50-60% เดินเล่นหาอะไรกิน ทำอะไรเกรียนๆ หรือไม่ก็จับกลุ่มคุยกันอย่างไร้สาระ พวกที่มีความพยายามพวกนี้นี่แหละน่ากลัว พวกนี้คือ คนที่มาสอบเพื่อที่ต้องการที่จะเป็นอย่างจริงจัง มีเป้าหมายและความฝันอย่างชัดเจน
และที่น่ากลัวกว่าพวกนี้ คือพวกที่มี "พรสวรรค์ + พยายาม" ไอ้พวกนี่แหละ คือ 1% จากที่เจอ

ถามว่าผมรู้ได้อย่างไร? ก็เพราะว่าพวกนี้มันเป็นพวกนั่งสอน ไอ้ 10 - 20% นั้นนะซิ! ออร่าของพวกนี้มันแตกต่างไปจากคนอื่นมาก เพียงแค่มองด้วยตาเปล่าคุณก็สามารถรับรู้ได้ถึงความพิเศษได้ เพื่อนในบริเวณโดยรอบ จะอ่านหนังสือหันหน้าไปทางพวกนี้โดยไม่ได้นัดหมาย ราวกับมันเป็นศาสดาแห่งการติว ที่เพื่อนในค่ายทุกคนต้องพึ่งพามันก็ไม่ปาน

เจ้าพวก 1 % นี้แหละ คือ หนึ่งในร้อยอย่างแท้จริง!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น